Sunday, December 19, 2010

โลกเกิดหายนะอุทกภัยน้ำท่วมโลกแน่นอน

โลกเกิดหายนะอุทกภัยน้ำท่วมโลกแน่นอน




อาจารย์สุมิตร อิศรางกูร ณ อยุธยา เป็นนักวิทยาศาสตร์ขององค์การ NASA จริงและมีตัวตนจริง ยืนยัน 2012 โลกเกิดหายนะอุทกภัยน้ำท่วมโลกแน่นอน

NASA ปิดข่าวเรื่องนี้ เพราะถ้าประกาศข่าวนี้แก่ชาวโลกรู้ ท่านลองคิดดูสิว่าจะเกิดอะไรขึ้น เมื่อท่านรู้ตัวว่าจะตายในอีกไม่กี่ปีข้าวหน้า ท่านจะใช้ชีวิตที่สุดเหวี่ยงเลยใช่ไหมโลกจะเกิดอาชญากรรมเพิ่มขึ้น 80% โลกทั้งโลกจะวุ่นวาย เค้าเลยปิดเป็นความลับ (เฮอๆดีเน้อ) แต่นักดาราศาสตร์ออกมาอธิบายเรื่องทฤษฎีความเป็นไปได้กันอย่างจ้าละหวั่น ข้อมูลที่ยังขัดแย้งกันอยู่คือ บางแหล่งบอกว่าเกิดจากดาวฤกษ์ และอุกกาบาต เพราะขนาดของมันใหญ่กว่าดาวพฤหัส 2 เท่า!!!(ดาวพฤหัสเป็นดาวเคราะห์ที่ใหญ่ที่สุดในระบบนี้) ข่าวใหม่ล่าสุด 23 พ.ค. 2552

ช่อง 11 (4 ทุ่ม) มีการคุยเรื่อง ภัยพิบัติล้างโลก 2012 อาจารย์ สุมิตร อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้เชี่ยวชาญไฮโดรเจนจากองค์การนาซ่า และเป็นผู้บุกเบิกรถยนต์ Hydrogen ในประเทศไทย ด้วยวิธีการใช้ไฟฟ้าแยกน้ำที่มีประสิทธิภาพสูง

อาจารย์สุมิตร" ทำงานในองค์การ NASA ในสายงานคือร่วมกับนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก เพื่อสร้างยานอวกาศ อพยพผู้คนจาก อุทกภัยน้ำท่วมโลกใน ค.ศ. 2012 (แต่รู้ในวงจำกัด) "อาจารย์ สุมิตร" ยืนยันว่าอีก 3 ปี ข้างหน้านี้ โลกกำลังจะเกิดหายนะขึ้น จากอุทกภัยน้ำท่วมโลกใน ค.ศ. 2012 แน่นอน และคนในองค์การ NASA ทุกคนทราบเรื่องนี้มานานแล้ว และได้สร้างยานอวกาศเพื่ออพยพผู้คนจาก อุทกภัยน้ำท่วมโลกใน ค.ศ. 2012 ใกล้เสร็จแล้ว (แต่ "อาจารย์ สุมิตร" ไม่ได้บอกว่าสร้างไว้กี่ลำ)

"อาจารย์ สุมิตร" ยังยืนยันด้วยว่า มนุษย์ต่างดาวนั้นมีจริง ปัจจุบันมีมนุษย์ต่างดาวมาทำงานร่วมกับองค์การ NASA โดยสื่อสารทาง "โทรจิต" ในการถ่ายทอดความรู้ทางเทคโนโลยี เพื่อช่วยมนุษย์จากอุทกภัยน้ำท่วมโลกใน ค.ศ. 2012 (มนุษย์บางคนเท่านั้นที่ถูกเลือกให้รอด)

อาจารย์ ยังยืนยันด้วยว่าโลกมนุษย์เราไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว ในจักรวาลอื่นๆ ก็มีมนุษย์ต่างดาวประมาณ 200 จักรวาล ซึ่งโลกของเราเป็นเพียงจักรวาลเล็กๆ 1 จักรวาล เท่านั้น เราไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวหรอกนะ มนุษย์โลกสามารถติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวมานานแล้วโดยทาง "โทรจิต" แต่ทาง "สหรัฐอเมริกา" นั้นค่อนข้างปกปิดเรื่องนี้ ทำให้คนส่วนมากในโลกไม่รู้ ในเมื่อไม่รู้ ก็จะมองว่าเรื่องมนุษย์ต่างดาวเป็นเรื่องเหลวไหล

"อาจารย์ สุมิตร" เป็นนักวิทยาศาสตร์องค์การ NASA มาหลายปีแล้ว ท่านเคยไปบอกให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ของไทยเร่งสร้างยานอวกาศ เพื่ออพยพคนไทยจากอุทกภัยน้ำท่วมโลกใน ค.ศ. 2012 โดยเร็ว เพราะ "คุณสุวิช" มีเทคโนโลยีในการสร้างแล้ว ขาดก็แต่งบประมาณเท่านั้น แต่กลับไม่มีใครเชื่อ แถมมองว่าท่านเป็นบ้าอีกด้วย พวกฝรั่งเขารู้กันมานาน เขาสร้างยานอวกาศเพื่ออพยพผู้คนจากอุทกภัยน้ำท่วมโลกในค.ศ. 2012 เกือบเสร็จแล้ว แต่คนไทยยังไม่เชื่อ จะจมน้ำตายกันอยู่แล้ว ไม่รู้วันๆ คนไทยทำอะไรกันอยู่ น่าสงสารคนไทยจริงๆ

"อาจารย์ สุมิตร" ยืนยันว่าอีก 3 ปี ข้างหน้านี้ โลกกำลังจะเกิดหายนะขึ้นจากอุทกภัยน้ำท่วมโลกใน ค.ศ. 2012 แน่นอน นี่เป็นเรื่องจริงที่ฝรั่งเค้าตื่นตัวกันมาก โดยเฉพาะในหมู่นักวิทยาศาสตร์อวกาศ แต่คนไทยเกือบทั้งหมดยังไม่รู้เรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ น่าสงสารคนไทยจริงๆและยังกล่าวว่า คนไทยน่าจะเลิกทะเลาะกันได้แล้ว อีก 3 ปี ได้จมน้ำตายแน่ๆ เพราะอุทกภัยน้ำท่วมโลกใน ค.ศ. 2012นั้น เป็นวันหายนะที่ร้ายแรงมาก ร้ายแรงขนาดล้างโลกเลยทีเดียว ไม่งั้นมนุษย์ต่างดาวเค้าคงไม่มาทำงานร่วมกับองค์การ NASA เพื่อช่วยในการสร้างยานอพยพผู้คนในครั้งนี้เป็นแน่นี่เป็นเรื่องจริง ไม่ใช่เรื่องเหลวไหล

ลองหาข้อมูลของ อาจารย์ สุมิตร อิศรางกูร ณ อยุธยา ใน Google ดูนะ ฉะนั้นบอกคนที่คุณรักซะว่าคุณรักเค้ามากแค่ไหนเพราะอีก3ปี...คงไม่มีโอกาสได้บอก

ทาง NASA ได้คํานวนไว้เเล้ว ว่า

- ระบบอิเล็กโทรนิคจำนวนมากจะทำงานผิดปกติ (ระบบขีปนาวุธ computer)

- การอพยพของฝูงสัตว์ เช่น นก หรือปลาวาฬ ทำให้สูญเสียทิศทางและอื่นๆ

- ระบบภูมิคุ้มกันโรคในบรรดาสัตว์รวมถึงมนุษย์จะทำให้อ่อนอย่างมาก

- ทำให้ภูเขาไฟเพิ่มขึ้น เกิดการเคลื่อนที่ของเปลือกโลก แผ่นดินไหว และแผ่นดินถล่ม

- สนามแม่เหล็กโลก (Magnetosphere) จะอ่อนแอลง และการแผ่รังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากดวงอาทิตย์จะเพิ่มปริมาณถึงระดับอันตราย ก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังตามมา ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ เเละในที่สุดเราก็จะตายกันหมด

- กลุ่มวัตถุในอวกาศที่มีเส้นผ่านมากมายจะเฉียดเข้าใกล้โลกได้ง่ายขึ้น

- แรงดึงดูดของโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

Tuesday, October 19, 2010

ข่าวดี! วันสิ้นโลกเลื่อนไปอีก

พีระมิดของชนเผ่ามายาที่โผล่ขี้นมาจากซากปรักหักพัง


มีรายงานข่าวผ่านเว็บไซต์ยาฮู ในวันนี้(วันที่ 20 ตุลาคม 2553) ว่า วันอวสานของโลกซึ่งระบุในปฏิทินของชนเผ่ามายาว่าจะเกิดขึ้นในอีก 2 ปีข้างหน้า คือ ปี ค.ศ. 2012 ซึ่งตรงกับพุทธศักราช 2555นั้น บัดนี้วันอวสานของโลกดังกล่าวจะเลื่อนเวลาเกิดออกไปอีกนานถึง 50-100 ปี ทั้งนี้จากการศึกษาและตีความของศาสตราจารย์ บาร์บารา แห่งภาควิชาชินาคาและชินาโคศึกษา มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งข่าวดีนี้เป็นที่โล่งใจเบาใจของบรรดาผู้ที่มีความเชื่อเรื่องวันอวสานหรือวันสิ้นของโลกที่ว่าจะเกิดขึ้นในอีกสองปีข้างหน้า








Sunday, September 20, 2009

วันวิปโยค วินาศสันตะโร วันสุดท้ายของโลก : The End of the World

วันที่ 22 ธันวาคม ค.ศ. 2012 (พ.ศ. 2555)

เท่าที่มีผู้รวบรวมมานี้ เป็นเรื่องภัยพิบัติจากทั่วโลก ซึ่งน่าแปลกใจมาก ทำไมการทำนายหลายๆอย่างในโลก มันถึงมาตรงกันที่ปี ค.ศ. 2012 (พ.ศ. 2555) เวลาที่เหลืออีกแค่ 3 ปี เหล่ามนุษย์มัวทำอะไรกันอยู่นะ ควรเร่ง ให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา กันนะ จะหมดเวลาทำแล้วล่ะ ..เลิกห่วงทรัพย์สมบัติ ทรัพย์สิน เงินทอง รถยนต์ บ้าน มือถือ ฯลฯ ได้แล้วนะ เพราะตายไปก็เอาไปไม่ได้ เอาไปได้แค่ บุญ-บาป เท่านั้นเอง


คำประกาศขององค์การ NASA

ประกาศจากองค์การ NASA วันที่ 22 ธันวาคม ค.ศ. 2012 (พ.ศ. 2555) วันนั้นแกนโลกของเราจะพลิกกลับขั้ว คือ ขั้วโลกเหนือจะมาอยู่ที่ขั้วโลกใต้ ช่วงเวลานั้น โลกของเราจะไม่มีสนามพลังแม่เหล็ก เพื่อป้องกันตัวเองจากสนามพลังแม่เหล็ก และ รังสีต่างๆจากอวกาศ

แล้ววันนั้นจะเป็นวันเดียวกับที่ ดวงอาทิตย์จะพลิกกลับขั้วเช่นกัน เพราะดวงอาทิตย์จะพลิกกลับขั้วทุกๆ 11 ปี ปีล่าสุดคือปี พ.ศ. 2544 ถ้ามาถึงวันนี้ก็ 11 ปีพอดี (2544 + 11 = 2555) ขณะที่ดวงอาทิตย์กำลังพลิกกลับขั้วนั้น ดวงอาทิตย์จะแผ่สนามแม่เหล็ก และรังสีความร้อนสูงมายังโลก ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่โลก ไม่มีสนามแม่เหล็กป้องกันตัวเอง ผลคือ น้ำแข็งขั้วโลกละลายฉับพลัน น้ำท่วมโลกฉับพลัน ไม่มีทางหนีได้ทัน ในวันที่ 22 ธันวาคม ค.ศ. 2012 (พ.ศ. 2555)

[อ้างอิง กรรมจริงๆ 22 ธ.ค พ.ศ. 2555 จะเกิดปรากฏการณ์แกนโลกพลิก และการพลิกกลับขั้วของดวงอาทิตย์ มันคือวันหายนะภัยพิบัติของโลก]

หลักฐานจากปฏิทินโบราณของชาวมายา

ชาวมายา (ชนเผ่ามายาแห่งอเมริกากลาง) ทำปฏิทินใช้เองตั้งแต่ 1,000 ปีที่แล้ว ชนเผ่ามายานี้มีความสามารถในการคำนวนการโคจร การเกิดดับของดวงดาวอย่างไม่น่าเชื่อ คือเขาสามารถคำนวนว่า โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์โดยใช้เวลา 365 วัน ตั้งแต่ 1,000 ปีที่แล้ว ซึ่งตรงกับปฏิทินที่ชาวโลกปัจจุบันใช้กัน แล้วยังสามารถคำนวนเกี่ยวกับระบบสุริยะจักรวาลได้อย่างแม่นยำมาก
ชาวมายายังกำหนดวันสุดท้ายของปฏิทินของพวกเขาคือ วันที่ 22 ธันวาคม ค.ศ. 2012 (พ.ศ. 2555) พวกเขาบอกด้วยว่า วันนั้นโลกจะถึงจุดสิ้นสุด (โดยบอกไว้เมื่อ 1,000 กว่าปีที่แล้ว) น่าแปลกมาก ทำไมมาตรงกับองค์การ NASA อ่ะคะ ไม่น่าเชื่ออ่ะ
[อ้างอิง เวรกรรม ปฏิทินของชาวมายา (ชาวเผ่ามายาแห่งอเมริกากลาง) นั้นสิ้นสุดในปี ค.ศ. 2012 (พ.ศ. 2555) หรือวันนั้นโลกมนุษย์จะวิบัติ]

คำทำนายวันสิ้นโลก ของ ผู้วิเศษชาวตะวันตก


นอสตราดามุส


จีน ดิกสัน


เอดการ์ เคย์ซี


มาดาม บลาวัตสกี


กอร์ดอน สแกลเลียน



นอสตราดามุส(Nostradamus)
โหรชาวฝรั่งเศส บอกว่า เมื่อวันสิ้นโลกมาถึง

จะเกิดสงครามนิวเคลียร์ระหว่างประเทศนับถือคริสต์กับประเทศนับถืออิสลาม
เริ่มด้วยการใช้อาวุธนิวเคลียร์ของฝ่ายตะวันออกยิ่งเข้าใส่ฝ่ายตะวันตก

"เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นสู่ท้องฟ้า จะมองเห็นดวงไฟขนาดมหึมา เสียงและแสงของมันมุ่งหน้าไปทางอควิลอน ซึ่งเป็นชาติที่อยู่เหนือสุด จะได้ยินเสียงร้องของคนที่กำลังจะตายดังเซ็งแซ่ในดินแดนต่างๆ ในปริมณฑลของมหาสมุทรอาร์คติก เพราะเครื่องมือที่ทำด้วยเหล็กกล้านี้เอง จะมีคนเสียชีวิตและประสบทุกภิกขภัยเพราะไฟมหึมาดวงนี้"

เหตุการณ์ภัยพิบัติธรรมชาติที่เกิดจากผลกระทบจากการใช้อาวุธนิวเคลีย์ ทำให้แกนโลกเกิดการเปลี่ยแปลงและส่งผลตามมา เช่น

“จะมีหินกลมขนาดบักษ์(ก้อนอุกกาบาต)ซึ่งมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณหนึ่งไมล์ หมุนลอยละล่องตกลงจากท้องฟ้าลงมาสู่โลก ผลของการตกลงมาของหินก้อนนี้ จะทำให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงในประเทศใหญ่ๆ ที่มีอายุเก่าแก่ในโลกหลายประเทศ”

"มหานครแห่งห้วงมหาสมุทร(กรุงลอนดอน) ถูกน้ำท่วมและน้ำกลายเป็นน้ำแข็งในเดือนธีนวาคม และในฤดูใบไม้ผลิ มหานครแห่งนี้ประสบภัยพิบัติจากมหาวาตภัย"

นางจีน ดิกสัน( Jeane Dixon)
โหรชาวสหรัฐอเมริกา ได้มองเห็นเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วยตาใน และกล่าวว่า

“ดิฉันเห็นดาวหางดวงหนึ่งโคจรมาประทะโลกของเรา ผลของการปะทะกันระหว่างโลกกับดางหางครั้งนี้ จะทำให้เกิดแผ่นดินไหว และเกิดคลื่นยักษ์อย่างรุนแรงในมหาสมุทรแห่งหนึ่ง ผลที่ติดตามมาก็คือหายนะครั้งร้ายแรงที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่โลกเคยประสบมา”

เอ็ดการ์ เคย์ซี(Edgar Cayce)
โหรในมลรัฐเคนตั้กกี้ประเทศสหรัฐอเมริกา เคยทำนายว่า

“วันหนึ่ง ในยุโรปตอนเหนือจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในชั่วพริบตาเดียว เนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา”
"จะเกิดแผ่นดินไหวในภาคตะวันตก ภาคกลาง และภาคตะวันตกของสหรัฐอเมริกา มีความรุนแรงบริเวณชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก"
"พื้นที่ในนครนิวยอร์กและคอนเนคติคัต เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงเนื่องจากเกิดจากแผ่นดินไหว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นครนิวยอร์กจมหายอย่างไม่เหลือร่องรอยอะไรไว้ ดินแดนในทางภาคใต้ของรัฐนอร์ทคาโรไลนา รัฐเซาท์คาโรไลนา และรัฐจอร์เจีย จะเกิดภาวะน้ำท่วมอย่างรุนแรง"

จอห์น เพ็นดรากอน(John Pendragon)
คนทรงชาวอังกฤษ ซึ่งเสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 25413 เคยพยากรณ์ว่า

ที่ประเทศอังกฤษ“ส่วนหนึ่งของกรุงลอนดอนจะจมอยู่ใต้น้ำ และแผ่นดินในที่ลุ่มของประเทศอังกฤษจะมีน้ำท่วมเจิ่งนองไปทั่ว”

ที่สหรัฐอเมริกา"พื้นที่ทกแห่งหนตามฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก นับตั้งแต่เมืองบอสตันไปจนถึงเมืองบัลติมอร์ จะพบความพิบัติอย่างย่อยยับ ความวิบัติครั้งนี้มีศูนย์กลางอยู่ที่นครนิวยอร์กและส่งผลทำลายล้างไปในรัศมี 500 ไมล์ เมืองที่ถูกทำลายในครั้งนี้รวมถึงเมืองพิตต์เบิร์กและเมืองฟิลาเดลเฟีย เหมืองเหล่านี้ถูกทำลายอย่างย่อยยับโดยไม่มีสิ่งใดหลงเหลืออยู่ จะมีที่เหลืออยู่ก็แค่แผ่นดินที่ตั้งเมืองเหล่านั้นเท่านั้น"

มาดาม บลาวัตสกี(Madame Blavatsky)
ผู้ลึกลับและคนทรงชาวรัสเซีย เคยเขียนไว้เมื่อ พ.ศ. 2425 ว่า

ที่ประเทศอังกฤษ “เกาะต่างๆในประเทศอังกฤษจะรวมอยู่ในชาติอื่นๆที่ประสบกับความเสียหายอย่างร้ายแรงอันสืบเนื่องมาจากแผ่นดินถล่มและเกิดอุทกภัยครั้งร้ายแรง"

มัลทาซาร์ มาส (Malthasar Mas)
โหรอังกฤษ ในคริสต์ศตวรรษที่ 17

เคยนั่งงทางในเห็นเกาะๆหนึ่งถูกน้ำท่วมหนักจนถูกกลืนหายไปในทะเล หลังจากนั่งทางในแล้ว มัลทาซาร์ มาส ยังอ้างด้วยว่า ตนนอนหลับฝันเห็นภาพเหตุการณ์ขณะน้ำกำลังขึ้นทีละน้อยๆ จนกระทั่งท่วมตึกรามบ้านช่องสูงๆ ต่อมาน้ำก็ลดลงๆ จนกระทั่งสามารถมองเห็นหอคอยและตึกรามบ้านช่องส่วนบนๆอีกครั้งหนึ่ง
และมีเสียงหนึ่งมากระซิบบอกเขาว่า สิ่งที่เขาเห็นอยู่นั้นคือเกาะอังกฤษ ที่กำลังโผล่จากทะเลอีกครั้งหนึ่งหลังจากถูกน้ำท่วมอยู่ระยะหนึ่ง

จิม กาวิน (Jim Gavin)
โหรชาวไอริช ทำนายถึงความพิบัติที่จะบังเกิดแก่สหรัฐอเมริกาว่า

"นครนิวยอร์กจะทรุดจมลงในน้ำ สตาเต็นไอส์แลนด์จะจมน้ำ เหมือนกับแพที่ถูกดูดจมหายไปใต้น้ำ ย่านแมนฮัตตันที่อยู่ในย่านที่ต่ำจะจมหายลงไปในอ่าว น้ำท่วมถึงถนนเลขที่ 59"

นายกอร์ดอน ไมเคิล สกอลเลียน(Gordon-Michael Scallion)
เป็นผู้หยั่งรู้อนาคต (futurist)ชาวสหรัฐอเมริกา มีญาณทัศนะ(Spiritual Visionary) คือมองเห็นอนาคตด้วยญาณ มีความแม่นยำมาก

เขาได้ทำนายว่า

“น้ำกำลังจะท่วมโลก จนหลายประเทศหายไปจากแผนที่ ประเทศที่เป็นเกาะจะจมน้ำทั้งหมด ประชากรโลกที่รอดตายมีเพียง 10% เท่านั้น เขาเชื่อว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นในระหว่างปี 1998-2012 (พ.ศ.2541-พ.ศ.2555)”
และเขาได้สร้างแผนที่โลกใหม่หลังน้ำท่วมครั้งใหญ่ ภายใต้ชื่อ Future Map Of The World ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1978 (พ.ศ. 2521) ซึ่งประเทศไทยทั้งประเทศเหลือแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น

แผนที่โลกใหม่ หลังปี ค.ศ. 2012 (พ.ศ. 2555)

Popular Posts